โดนหัวหน้าด่าต่อหน้าคนอื่น ทำอย่างไร? 4 วิธีรับมือไม่ให้เครียดงานจนเสียสุขภาพใจ

โดนหัวหน้าด่า

โดนหัวหน้าด่าต่อหน้าคนอื่น ทำอย่างไร? 4 วิธีรับมือไม่ให้เครียดงานจนเสียสุขภาพใจ

เคยโดนหัวหน้าด่าต่อหน้าคนอื่นมั้ย?  สถานการณ์ที่โดนหัวหน้าตำหนิงาน ดูถูก หรือจับผิดเราต่อหน้าทีมในที่ประชุม หรือโดนหัวหน้าด่าทุกวัน ตอนนั้นใจเต้นแรง หน้าร้อนวูบ แล้วก็นั่งไม่เป็นสุขไปทั้งวัน ถ้าเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ อยากให้อ่านตรงนี้ไปด้วยกัน

 

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในที่ทำงานไทย และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ สุขภาพใจ หรือ mental health ของคนทำงานแบบเราซึมซับไปเรื่อยๆ แบบสะสม บางคนที่มีความสามารถในการเอามันออกจากหัวได้ดี ก็จะสามารถอดทนทำงานต่อไปได้ แต่ในขณะที่อีกหลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังแบกความเครียดนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ไม่ได้มาบอกให้คุณ “ต้องอดทน” แต่อยากชวนคุณมาฝึกทักษะรับมือที่ลองใช้ได้จริงตั้งแต่นาทีที่โดนตำหนิ ไปจนถึงวิธีดูแลใจตัวเองในระยะยาว

ทำไมการโดนตำหนิหรือโดนหัวหน้าด่าต่อหน้าคนอื่นถึงกระทบใจมากกว่าที่คิด

ทำไมการถูกตำหนิแบบตัวต่อตัวกับถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่นให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน เรารู้สึกแบบนี้เพราะสมองของเรามักตีความสถานการณ์แบบนี้เป็น “ภัยคุกคามทางสังคม” ไม่ใช่แค่การพูดคุยเรื่องงานเหมือนทั่วไป ความอายที่เกิดขึ้นตรงหน้าคนอื่น ความรู้สึกแคร์สายตาที่คนอื่นมองมา สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเลยรุ้สึกฝังใจนานกว่าคำตำหนิธรรมดา และมักพาความคิดวนกลับไปซ้ำๆ (“ทำไมเขาพูดแบบนั้น” “คนอื่นคิดยังไงกับเรา”) เพราะสมองได้รับรู้ความรู้สึกเฟลที่เกิดขึ้นไปแล้วนั่นเอง ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดซ้ำบ่อยๆ โดยไม่มีทักษะรับมือ มันจะค่อยๆ สะสมกลายเป็นความเหนื่อยล้าทางใจในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่การมีทักษะจัดการตั้งแต่ “จุดเกิดเหตุ” สำคัญมาก

4 วิธีรับมือเมื่อโดนหัวหน้าด่า ที่ลองใช้เพื่อหยุดความรู้สึกแย่

1. ตั้งสติด้วยลมหายใจ 3 รอบก่อนตอบสนองอะไร

เมื่อรู้สึกหน้าร้อนหรือใจเต้นแรง อันดับแรกให้รู้ตัวเองก่อนว่า เรากำลังรู้สึกแย่ รู้สึกอาย หรือรู้สึกไม่ดีอยู่ เมื่อรู้ตัวแล้ว ให้ลองหายใจเข้าและออกช้า ๆ โดยให้สมาธิอยู่กับลมหายใจจริง ๆ

วิธีทำง่าย ๆ หายใจเข้าให้เต็มปอด แล้วนับ 1 จากนั้นหายใจออกให้สุด แล้วนับ 2 ทำต่อเนื่องประมาณ 4–5 รอบ โดยพยายามให้ความสนใจอยู่กับลมหายใจเข้าและออกเท่านั้น

วิธีนี้ช่วยลดปฏิกิริยาตื่นตระหนกของร่างกายในขณะนั้น ทำให้เราไม่รีบพูดหรือทำอะไรตามอารมณ์ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง และยังช่วยเปลี่ยนสิ่งที่สมองกำลังโฟกัส จากเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่ กลับมาอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

2. ขอคุยกับหัวหน้าเป็นการส่วนตัว เมื่อสถานการณ์เหมาะสม

บางครั้งหัวหน้าอาจกำลังเจอกับแรงกดดันหลายอย่างที่เราไม่เห็น หากหัวหน้าเป็นคนที่เปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็น และเรารู้สึกว่าต้องการอธิบายเพิ่มเติมหรือรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องรีบโต้ตอบทันทีในที่ประชุม

ประโยคที่สามารถใช้ได้ เช่น
“ขอเวลาคุยเรื่องนี้เพิ่มเติมตอนว่างนะครับ/คะ”

การขอพื้นที่พูดคุยเป็นการส่วนตัวช่วยให้เราได้อธิบายมุมมองของตัวเองอย่างมีสติมากขึ้น และหลายครั้งการพูดคุยแบบตัวต่อตัวก็ช่วยลดแรงกดดันจากสถานการณ์ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะสามารถจัดการด้วยการเดินเข้าไปพูดคุยได้ หากหัวหน้าไม่ได้เป็นคนที่เปิดรับความคิดเห็น ลองเปลี่ยนมุมมองเป็นแบบนี้

“พฤติกรรม คำพูด และการกระทำของคนอื่นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือสติ ความคิด และการตอบสนองของตัวเอง สุขภาพใจของเราเป็นของเรา และไม่จำเป็นต้องปล่อยให้คำพูดของคนอื่น กลายเป็นสิ่งที่ทำลายความรู้สึกของเราทั้งวัน”

3. แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิด หลังโดนหัวหน้าด่า

หลังเหตุการณ์ ลองเขียนสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาโดยแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “สิ่งที่ใจเราคิดต่อเติม” วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นชัดขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และอะไรคือการตีความของเราเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง เรื่องที่ใจเราต่อเติม
หัวหน้าพูดว่างานช้าไป 1 วัน “หัวหน้าคงคิดว่าเราไม่เก่ง”

ขั้นตอนนี้ช่วยให้เราเห็นว่า ความรู้สึกแย่บางส่วนอาจเกิดจากการตีความของเรา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงช่วยลดการคิดวนซ้ำได้ง่ายขึ้น หากมีคำพูดที่เป็นอารมณ์ของหัวหน้าปะปนมาด้วย เช่น “คิดได้แค่นี้เองเหรอ” อาจใส่เครื่องหมาย * กำกับไว้ เพื่อแยกว่าข้อความนั้นเป็นอารมณ์หรือความคิดเห็นของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสามารถของเรา

4. หาทางระบายและจัดการความเครียดจากงาน

การหาวิธีระบายความเครียดออกมาเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ความรู้สึกด้านลบสะสมอยู่เป็นเวลานาน หลายคนอาจไม่กล้าพูดกับเพื่อนร่วมงานเพราะกลัวว่าคนอื่นหรือหัวหน้าจะรู้ว่ากำลังเครียด แต่จริง ๆ แล้วการจัดการความเครียดสามารถทำได้หลายวิธี

  • กำหนดลมหายใจ เพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
  • ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อลดความตึงเครียด
  • พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ เพื่อระบายความรู้สึกออกมา
  • ลองมองหาเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

หลักสำคัญคือการฝึกให้สมองไม่ได้จดจ่ออยู่กับเหตุการณ์ด้านลบเพียงอย่างเดียว แต่ค่อย ๆ รับรู้ว่าในแต่ละวันยังมีเรื่องอื่นที่ดีเกิดขึ้นรอบตัวเราเช่นกัน

หมายเหตุ: การฝึกแบบนี้ในช่วงแรกอาจรู้สึกยาก แต่หากทำอย่างต่อเนื่อง สมองจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับการปรับมุมมองและจัดการความคิดด้านลบได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรมองหาความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ถ้าลองทักษะเหล่านี้แล้วความเครียดยังสะสมจนกระทบการนอน การกิน หรือทำให้รู้สึกหมดแรงจะลุกไปทำงานทุกเช้า นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาหาตัวช่วยเพิ่มเติมแล้ว

หากมีช่วงที่รู้สึกว่าอยากทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าอยู่ต่อไปไม่ไหว ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหรือติดต่อ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โดยตรง ไม่ต้องรอให้ถึงจุดที่แย่ที่สุดก่อน

สรุป

การโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่นเป็นสถานการณ์ที่กระทบใจได้มากกว่าที่คิด แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทนอยู่กับมันเฉย ๆ การมีทักษะรับมือที่เป็นขั้นตอนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ตั้งสติ ขอพื้นที่ส่วนตัว แยกข้อเท็จจริง และมีที่ระบายที่ไว้ใจได้ คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยดูแลสุขภาพใจ หรือ mental health ของตัวเองในระยะยาวได้จริง

อยากเรียนรู้วิธีดูแลใจในที่ทำงานเพิ่มเติม? หากอยากได้ทักษะรับมือสถานการณ์ในที่ทำงานแบบอื่น ๆ เพิ่มเติม กดติดตาม ใจละไม กันไว้ได้เลย
คำถามที่หลายคนสงสัย

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามเกี่ยวกับการรับมือเมื่อโดนหัวหน้าด่าหรือตำหนิในที่ทำงาน

โดนหัวหน้าด่าแล้วเครียดมาก ทำอย่างไรดี?
เริ่มจากตั้งสติด้วยการหายใจลึก ๆ ไม่ตอบโต้ทันที จากนั้นค่อยประเมินข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ และหาจังหวะพูดคุยกับหัวหน้าเมื่ออารมณ์ของทั้งสองฝ่ายสงบลง
โดนหัวหน้าด่าต่อหน้าคนอื่นเป็นเรื่องปกติไหม?
การได้รับคำแนะนำในการทำงานเป็นเรื่องปกติ แต่การตำหนิหรือด่าต่อหน้าผู้อื่นจนทำให้รู้สึกอับอายหรือเสียศักดิ์ศรี อาจส่งผลต่อสุขภาพใจและบรรยากาศในการทำงานได้
โดนหัวหน้าด่าจนไม่อยากไปทำงาน ควรทำอย่างไร?
หากความเครียดเริ่มกระทบการนอน การกิน หรือทำให้ไม่อยากไปทำงานต่อเนื่อง ควรพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือฝ่ายบุคคล เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม